7 จุดสำคัญที่ควรติดช่องแสงสกายไลท์ในบ้านคุณ

7 จุดสำคัญที่ควรติดช่องแสงสกายไลท์ในบ้านคุณ สกายไลท์ (Skylight) เป็นสิ่งจำเป็นที่ควรติดตั้งภายในบ้าน เพราะมันช่วยทำให้บ้านดูสว่าง กว้างขึ้น ปลอดโปร่ง และระบายอากาศได้ดี จุดที่ควรติดตั้งช่องแสงสกายไลท์ ได้แก่ โถงบันได ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ ฯลฯ เพราะจุดเหล่านี้ล้วนเป็นจุดที่ต้องการแสงสว่างมากพอสมควร

บ้านมืด บ้านชื้น อับ มืด ทึบ ดูไม่ปลอดโปร่ง ไม่น่าอยู่ ปัญหาเหล่านี้น่าจะเกิดจากแสงสว่างภายในบ้านไม่เพียงพอ ดังนั้น เวลาเราสร้างบ้านสิ่งหนึ่งที่จำเป็นไม่แพ้จุดอื่นๆ เลยก็คือ ช่องแสง หรือที่เรียกว่า สกายไลท์ ว่าแต่มันคืออะไร มีข้อดีข้อเสียอย่างไร แล้วจุดไหนของบ้านที่ควรติดตั้งช่องแสงบ้าง ไปดูกันค่ะ

Skylight คืออะไร?

ตามชื่อของมันเลยค่ะ “แสงสว่างจากท้องฟ้า” โดยเราอาจจะเจาะหลังคาหรือเพดาน แล้วใส่วัสดุโปร่งใสเข้าไปเพื่อให้แสงส่องผ่านเข้ามาในบ้าน ข้อควรระวังสำหรับสกายไลท์ คือ ต้องใช้บริการบริษัทที่ชำนาญในการติดตั้ง ไม่อย่างนั้นอาจจะเจอปัญหาฝนรั่วได้ และหากติดตั้งในพื้นที่ที่ทำความสะอาดยาก จนทำให้มีฝุ่นเขรอะ สกปรก ก็จะส่งผลให้ลดปริมาณแสงที่เข้ามาอีกด้วย ดังนั้นลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนติดตั้ง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องการดูแลในภายหลัง

ข้อดีของการติดตั้ง Skylight

• เพิ่มแสง ทำให้จุดอับ หรือมุมมืดของบ้านสว่างขึ้น โดยแทบจะไม่ต้องเปิดไฟ เพราะใช้พลังงานธรรมชาติแทนไฟฟ้า

• ช่วยระบายอากาศ โดยปกติสกายไลท์จะมีแบบที่เปิดออกได้ ซึ่งจะช่วยระบายความร้อนออกจากตัวบ้าน และปล่อยให้แสงแดดส่องเข้าสู่ภายในบ้าน เพื่อช่วยลดความอับชื้น รวมถึงฆ่าเชื้อโรคในห้องต่างๆ

• ทำให้บ้านดูโปร่งและกว้างขึ้น หากทำช่องแสงขนาดใหญ่ จะช่วยทำให้บ้านดูโปร่งสบายตา และกว้างขึ้น วัสดุโปร่งแสงช่วยเปิดวิสัยทัศน์ให้บ้าน ทำให้คนที่อยู่ภายในสามารถรับบรรยากาศภายนอกได้ด้วย

จุดสำคัญที่ควรติดช่องแสง Skylight

1. โถงเหนือบันได

บางบ้านเป็นทางเดินแคบ มีผนังกั้นปิด ทำให้บริเวณนี้มืดจนต้องเพิ่มแสงไฟเข้าไป เพื่อความปลอดภัยขณะเดินขึ้นลง แต่ปัญหานี้จะหมดไปเมื่อเจาะช่องแสงให้โปร่งสว่าง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานมากขึ้น ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ แถมยังลดการใช้ไฟฟ้าในจุดนี้ได้ด้วย

2. ห้องนั่งเล่น

ห้องนี้เป็นจุดรวมของสมาชิกในบ้าน ใช้งานค่อนข้างมาก จึงจำเป็นต้องมีแสงสว่างที่เพียงพอ การจัดสรรปันส่วนให้ห้องนี้ได้รับแสงที่พอเหมาะ จะทำให้ห้องดูโล่ง และรู้สึกสบายตา หากติดช่องแสงบริเวณนี้ ควรดูปริมาณของแสง รวมถึงทิศทางที่แสงตกกระทบด้วย เพราะถ้าแสงเข้มบวกกับช่องแสงใหญ่เกินไป จะทำให้รู้สึกร้อน หรือแสบตาได้

3. มุมทำงาน

แสงสว่างจำเป็นอย่างมากสำหรับการทำงาน หรืออ่านหนังสือ การเลือกมุมติดตั้งช่องแสงสกายไลท์ในจุดที่ผู้ใช้งานต้องการ จะช่วยให้ประสิทธิภาพในการมองเห็นมากขึ้น และเอื้อต่อการทำงานยิ่งขึ้น

4. ห้องครัว

เป็นจุดหลักของบ้านที่ต้องการแสง เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรค และความชื้นที่เกิดขึ้นระหว่างการเตรียมอาหาร แนะนำให้ทำช่องแสงสกายไลท์ไว้บริเวณเพดานตรงมุมเคาน์เตอร์เตรียมอาหาร มุมล้างผัก จะช่วยให้ห้องดูไม่ทึบจนเกินไป

5. ทางเดินในบ้าน

บริเวณทางเดินที่เชื่อมต่อจากประตูหน้าบ้าน หรือห้องโถงภายในบ้าน บางหลังจะรู้สึกว่าแคบและมืด ซึ่งอาจจะทำให้มองเห็นไม่ถนัด ยิ่งบ้านที่มีพื้นที่ต่างระดับยิ่งต้องระวัง การเติมแสงเข้าไปในจุดนี้จะช่วยให้บ้านดูสว่าง และปลอดภัยมากขึ้น

6. ห้องนอน

ไม่ว่าจะเป็นห้องเด็ก หรือผู้ใหญ่ ควรออกแบบให้มีช่องแสงเข้าสู่ห้องได้อย่างพอดี การติดช่องแสงบนเพดานห้องนอน นอกจากจะได้ประโยชน์จากแสงแล้ว ยังช่วยเปิดมุมมองให้ห้องเห็นวิวท้องฟ้าสวยๆ ได้ด้วย

7. ห้องน้ำ

ห้องนี้ต้องการแสงเข้าไปช่วยลดความอับชื้น ฆ่าเชื้อโรค ดังนั้นการเปิดพื้นที่ให้แสงแดดเข้าไปในห้อง จะช่วยทำให้ภายในถูกสุขลักษณะ และเพิ่มความสุขในการใช้งานมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องสำรวจเรื่องความปลอดภัยเอาไว้ก่อน ด้วยการตรวจสอบจุดที่จะติดตั้งให้ดี ว่าปลอดจากสายตาของบ้านโดยรอบหรือไม่

การติดตั้ง Skylight จะต้องคำนึงถึงทิศทางของแสง และความเหมาะสมของบ้าน เพราะเราเชื่อว่าคงไม่มีบ้านไหนสามารถติดตั้งได้ครบทุกจุดที่เราแนะนำ แต่ขอเตือนก่อนว่าบ้านเราแดดแรงมากนะคะ หากติดช่องแสงเยอะเกินไป รับรองว่าบ้านคุณจะกลายเป็นเตาอบอย่างแน่นอน และอย่าลืมปรึกษาสถาปนิกและช่างที่ชำนาญเสียก่อน เพื่อจะได้ความเป๊ะปังให้กับบ้าน ไม่ต้องมาตามแก้ทีหลัง

Post navigation