ครอบครัวมีลูก “ออทิสติก” ทำพ่อแม่เครียดสูง

จิตแพทย์เผยครอบครัวมีลูก “ออทิสติก” เกินครึ่งมีความเครียด เหตุลูกสื่อสารไม่ได้ พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงตลอด ทำพ่อแม่ตื่นตระหนก ไม่เชื่อมั่น บางรายถึงขั้นซึมเศร้า ยิ่งครอบครัวไม่พร้อมยิ่งเครียด เชื่อแม่ฆ่าลูกออทิสติกเพราะสู้ชีวิตถึงที่สุดแล้ว ไม่ได้เกิดจากความเกลียดชัง แต่เป็นสิ้นหวัง ส่งทีมจิตแพทย์ดูแลแม่รายนี้แล้ว

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต กล่าวถึงกรณีมารดาก่อเหตุฆาตกรรมลูกซึ่งป่วยเป็นโรคออทิสติก ว่า ครอบครัวที่มีความพร้อมก็คาดหวังที่จะมีลูก ซึ่งหากลูกแข็งแรงสมบูรณ์ก็จะมีความสุข แต่ก็ยังต้องปรับตัวหลายๆ อย่าง แต่หลายครอบครัวลูกไม่ได้เป็นไปอย่างที่คาดหวัง เช่น เจ็บป่วย พิการรูปแบบต่างๆ เป็นต้น ดังนั้น แทนที่จะเป็นของขวัญก็อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความวิตกกังวล เครียด โดยเฉพาะครอบครัวที่ไม่มีความพร้อมก็จะยิ่งมีความเครียดในการเลี้ยงดูลูก โดยพบว่า ครอบครัวที่มีลูกเป็นออทิสติกร้อยละ 50 มีความเครียดและปรับตัวในการใช้ชีวิตได้ยาก เนื่องจากโรคออทิสติกมีความแตกต่างจากโรคอื่นๆ ซึ่งหากเป็นความพิการทางกาย พ่อแม่จะเห็นรูปลักษณ์ความผิดปกติอย่างชัดเจนและคงที่ แต่โรคออทิสติก ความเครียดของพ่อแม่มาจากการที่ลูกสื่อสารไม่ได้ตามวัย พัฒนาการล่าช้า ลูกไม่มีทักษะทางสังคม มีปัญหาพฤติกรรมซึ่งเปลี่ยนแปลงตลอด สร้างความตระหนกและไม่เชื่อมั่นให้พ่อแม่ ยิ่งพ่อแม่ที่ต้องแบกรับภาระต่างๆ ก็ยิ่งเครียดกระทบปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัว การงาน และการเงิน

พญ.อัมพร กล่าวว่า สำหรับเด็กรายนี้มีข้อจำกัดจริงๆ มีความพิการจากตัวโรค ครอบครัวยากจน ดูแลลูกด้วยความยากลำบาก พ่อเด็กยังมาเสียชีวิตตั้งแต่ช่วงที่เด็กเองก็ยังไม่พร้อมที่จะดูแลตัวเอง แม่ก็ยังไม่เข้มแข็งเพียงพอ แม่ซึ่งเป็นแม่บ้านก็ต้องออกมาหาเลี้ยงลูก กลายเป็นคุณแม่ที่ต้องเลี้ยงลูกตามลำพัง ความเหน็ดเหนื่อยยากลำบากมากขึ้น สิ่งที่รุมเร้าก็ซ้ำเติมให้แม่มีสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ จนอาจจะมองไม่เห็นทางออกของชีวิต และเลือกตัดสินใจที่ไม่ถูกทิศทาง ซึ่งที่จริงนอกจากการแก้ไขพฤติกรรมส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาที่สมวัยมากที่สุด แม่ยังสามารถขอรับการดูแลทางสังคมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ ซึ่งรายนี้ก็เคยได้รับทุนสนับสนุนจากมูลนิธิเพื่อสถาบันราชานุกูลเหมือนกัน และจากประวัติที่ติดตาม พบว่า แม่ท่านนี้พากเพียรดูแลลูกมาตลอด แบกความเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวมานาน ซึ่งอาจจะไม่ได้รับโอกาสจากสังคมมากนัก

“เชื่อว่าแม่ก็คงต่อสู้มาอย่างถึงที่สุด ที่น่าห่วงคือแม่อาจจะอยู่ในภาวะทางอารมณ์บางอย่างที่ไม่สามารถตัดสินใจได้ดี และการทำร้ายครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความจงเกลียดชัง แต่สะท้อนถึงความสิ้นหวังในชีวิตทั้งของตัวเอง และของลูกด้วยหรือเปล่า ถึงแม้จะไม่ได้มีเจตนาร้ายกับลูก แต่ก็ไม่อยากให้ทำร้ายลูก ดังนั้นอยากฝากสังคมเมื่อเกิดเหตุขึ้น การตัดสินคุณแม่ว่าใช่ หรือไม่ใช่ คงไม่ใช่ประเด็นสำคัญ และไม่ต้องไปคิด แต่เราเห็นแม่ที่อยู่ในภาวะลำบากเช่นนี้แล้วจะช่วยเหลือให้เขาเห็นความสวยงามของชีวิตได้ดีกว่านี้ตั้งแต่ที่เขายังมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร เราอาจจะไม่เสียไปแม้แต่ชีวิตเดียว อย่างแม่ท่านนี้พยายามทำร้ายตัวเองด้วย ดังนั้นตอนนี้ก็ส่งทีมจิตแพทย์ลงไปดูแลอย่างใกล้ชิดแล้ว” พญ.อัมพร กล่าว

พญ.อัมพร กล่าวว่า โรคออทิสติก เป็นความผิดปกติในแง่ของพัฒนาการที่เกิดขึ้นมากในเรื่องทักษะในการสื่อสารทั้งภาษาพูด และภาษากาย มีข้อจำกัดทางสังคม สื่อสารความต้องการของตัวเองไม่เป็น และไม่เข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น อาจจะแสดงออกมาเป็นพฤติกรรมก้าวร้าว พฤติกรรมซ้ำซาก เกรี้ยวกราด เมื่อโตขึ้น ในรายที่อาการรุนแรงอาจจะใช้พละกำลังของตัวเองไม่ถูกทิศทาง พฤติกรรมที่คนอื่นมองเห็นแล้วไม่เข้าใจว่าคืออะไร เกินครึ่งมีสติปัญญาบกพร่อง พัฒนาการล่าช้าร่วมด้วย การเกิดโรคยังไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัด แต่ส่วนหนึ่งพบว่ามาจากคุณแม่อายุเยอะ พันธุกรรมก็มีส่วนแต่ไม่ได้ตรงเหมือนกับโรคเบาหวาน การติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งก็ยังไม่สามารถระบุได้ว่าติดเชื้ออะไร การรักษาแน่นอนว่ารักษาเร็วก็เพิ่มโอกาสในการทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีขึ้นได้ ซึ่งในภาพรวมไทยและประเทศอื่นๆ ไม่ได้แตกต่างกัน

ขอบคุณ สสส.

Post navigation