ขายไม้เก่า ไม้แปรรูป

ขายไม้เก่า ไม้แปรรูป บางครั้งเราเข้าไปร้านขายไม้ โดยเฉพาะร้านขายไม้เก่า เขาคิดราคาไม้เป็นศอกให้เรา และก็ขึ้นอยู่กับรายการไม้ของเราด้วย เช่น ไม้แป ไม้ตง เส รอด หรือคาน เป็นต้น การคิดเป็นศอก มันคิดง่าย เพราะคิดตามความยาวของไม้ ส่วนลูกค้าที่ไปซื้อก็จะคิดไม่ทัน เพราะเราไม่รู้ว่า การคิดเป็นศอกนั้นไม้ มีปริมาตรเท่าใด จริงๆ

แล้ว การคำนวณและคิดราคาไม้ ส่วนใหญ่ เราจะคิดจากปริมาตรเนื้อไม้ที่คิดออกมาเป็น คิวบิกฟุต คนขายเขาก็มีข้อมูลหรือต้นทุนที่ซื้อมา จากการคิดเป็นคิวบิกฟุต ที่นี้การคิดปริมาตรเป็นคิวบิกฟุต เขาคิดอย่างไร ปริมาตรของไม้รูปทรงสี่เหลี่ยม เกิดจากการนำค่าความกว้าง ความหนาและความยาวมาคูณกัน และหน่วยที่วัดต้องเหมือนกันด้วย คือต้องมีหน่วยเป็น ฟุต

เลือกตามประเภทของไม้แปรรูป

1. ไม้เนื้ออ่อน ได้แก่ ไม้ที่มีเนื้อค่อนข้างเหนียว ทำการเลื่อยไสกบ ตกแต่งได้ง่าย
ลักษณะเนื้อมีสีซีดจาง น้ำหนักเบา ขาดความแข็งแรงทนทาน รับน้ำหนักได้ไม่ดี เช่น ไม้ฉำฉา ไม้กะบาก ไม้ยาง ฯลฯ

2. ไม้เนื้อแข็ง ได้แก่ ไม้ที่มีเนื้อแข็งปานกลาง ทำการเลื่อยไสกบ ตกแต่งได้ยาก
ลักษณะเนื้อไม้มีสีเข้มค่อน ไปทางสีแดง มีความแข็งแรงทนทาน เช่น ไม้ตะเคียน ไม้ชิงชัน ไม้เต็ง ไม้มะม่วง ฯลฯ

3. ไม้เนื้อแกร่ง ได้แก่ ไม้ที่มีเนื้อแกร่ง ทำการเลื่อยไสกบ ตกแต่งได้ยากมาก
ลักษณะเนื้อไม้เป็นมันในตัว แน่น ลายละเอียด น้ำหนักมาก มีสีเข้มจัดจนถึงสีดำ มีความแข็งแรงทนทานดีมาก เช่น ไม้ประดู่ ไม้แดง ไม้เกลือ

การเลือกไม้ที่จะนำมาใช้งานต้องพิจารณาใน 2 ประเด็นคือ

1. การเลือกมาใช้ในงานรับน้ำหนักโดยตรง ได้แก่ ไม้ที่ใช้ในการก่อสร้างที่ไม่ต้องการความประณีตมากนัก เช่น การก่อสร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ไม้จำพวกนี้ต้องทำหน้าที่เกี่ยวกับการรับน้ำหนักและต้านทานแรงต่าง ๆ มากกว่าความสวยงาม ความแข็งแรง จึงเป็นข้อแรกที่จะต้องคัดเอาไม้ที่แข็งแรงเท่าที่จะสามารถทำได้ คือ ต้องเป็นไม้ที่เนื้อแน่น แข็งแกร่ง เหนี่ยว ไม่เปราะง่าย ควรเลือกไม้แก่นหรือไม้ที่มีอายุเหมาะแก่การตัด ไม่มีรอยชำรุดเสียหาย เช่น เป็นตา ผุ แตกร้าว ปิดงอ คด โค้ง และเป็นไม้ที่ผ่านการผึ่งมาได้ที่พอเหมาะแก่งานประเภทนี้

2. การเลือกไม้มาใช้ในงานประณีต ไม้ที่เลือกมาใช้งานประเภทนี้ เป็นไม้ที่ไม่ต้องรับน้ำหนักหรือต้านแรงมากเหมือนไม้ที่ใช้งานประเภทแรก แต่งานประเภทนี้จะนำไม้ไปประกอบเป็นรูปร่างต่างๆ เช่น บาน ประตู หน้าต่าง เครื่องเรือน ตู้ โต๊ะ เก้าอี้ หรือครุภัณฑ์ต่างๆ ที่จะทำอย่างประณีตเรียบร้อยและต้องการความสวยงามมากกว่าความแข็งแรง เป็นงานที่ทำได้ยากและต้องใช้ฝีมือ

1. ก่อนซื้อควรทราบจุดประสงค์การใช้งานของเราก่อนจะได้นำไม้มาทำอะไร เช่น พื้น เสา คาน งานสำหรับภายในหรือภายนอก

2. มีงบประมาณเท่าไร ต้องการซื้อไม้อะไร สเป็กของไม้ ความยาว ขนาด

3. ชนิดของไม้ที่จะนำมาใช้งาน ถ้าจะนำมาใช้งานเอ๊าต์ดอร์ตากแดด ตากฝน ควรเลือกไม้เนื้อแข็ง วิธีเช็คคือ ลองกดดูถ้าเป็นไม้เนื้อแข็งจะไม่ค่อยเป็นรอย เช่น ไม้แดง ไม้ประดู่ ไม้เต็ง หากต้องการใช้งานภายใน แนะนำพวกไม้กระบากหรือไม้ยาง

4. การเลือกไม้นั้นควรเลือกในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอเพื่อจะได้มองร่องรอยตำหนิ สีไม้ เนื้อไม้ ความคดงอได้ชัดเจน

5. ควรเช็กราคาจากหลายๆ ที่ หลายร้านๆ เพื่อทำการเปรียบเทียบราคาและความสวยงาม ไม่ลือต่อรองราคาเพื่อให้ได้ราคาที่ถูกใจ รวมถึง ดูราคา ว่าเราสามารถรับได้หรือไม่

Post navigation